
เป็นเรื่องน่าประหลาดในหมู่มุสลิม เพราะว่าในหมู่มุสลิมเองก็มีสภาพเช่นเดียวกับมุศอับ หลายคนผิดกันที่ตรงรูปแบบต่างกันเท่านั้น แต่ถึงอย่างไรก็ตามเยาวชนมุสลิมที่เผชิญหน้ากับปัญหา ซึ่งยังคงดำเนินอยู่ในสังคมของพวกเขากล่าวคือ ในสังคมมักกะฮฺ ก็ยังไม่ยอมรับท่านมุฮัมมัดในฐานะเป็นศาสดาของอัลลอฮฺ แต่เยาวชนผู้ศรัทธา
พวกเราชาวมุสลิมในปัจจุบัน เป็นหนี้บุญคุณต่อบทบาทการต่อสู้ของเยาวชนมุสลิมในอดีต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เยาวชนมุสลิมในระยะแรกๆ ของอิสลามเป็นอย่างมาก
ผู้ที่สมควรอย่างยิ่งที่น่าจะตระหนักถึงบทบาทและการต่อสู้ของเยาวชนมุสลิมในอดีต ก็คือ เยาวชนมุสลิมในปัจจุบันนั่นเอง เพราะเรายอมรับว่าพลังของเยาวชนยังคงมีบทบาทและอิทธพลในการสร้างอำนาจและความเข็มแข็งให้แก่สังคมอิสลามและให้แก่มุสลิมในทุกเมื่อและที่สมควรอย่างยิ่งที่เยาวชนมุสลิมปัจจุบันควรตระหนักถึงบทบาทเยาวชนมุสลิมในอดีตก็คือ เยาวชนมุสลิมในอดีตจะไม่สามารถมีบทบาทดังที่เรากล่าวมาแล้วได้เลย เว้นแต่ต้องอาศัยหลักการอีมานและโดยการอีมานนี้เอง พวกเขาสามารสร้างสังคมอิสลามอันดีเยี่ยมให้แก่มุสลิมและพลังอีมานนี้เองยังคงมีอยู่ ตราบเท่าทุกวันนี้ในปัจจุบันมีปัญหาอยู่อย่างเดียวเท่านั้น ก็คือ การอีมานให้แก่ตัวเราหรือไม่เท่านั้นเอง
ปัญหาเรื่องการอีมานนับเป็นปัญหาที่มีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตของมุสลิมและยังเป็นปัญหาเดียวที่จะจำแนกระหว่างเยาวชนมุสลิมในปัจจุบัน
มุสลิมในอดีต อุทิศชีวิตเกือบครึ่งหนึ่งของเขา เพื่อให้ได้มาซึ่งอีมานที่สมบูรณ์ที่ถูกต้อง การที่จะยอมรับส่วนหนึ่งและปฏิเสธอีกส่วนหนึ่งนั้น ไม่มีเมื่อเขามีอีมานแล้วเขาอุตสาห์เสียสละทุกอย่างเพื่อให้พลังการอีมานอันสมบูรณ์นี้ปรากฏให้เห็นเด่นชัด การที่เราจะรักอิสลาม จะมีความกระตือตือต้นต่ออิสลามเพียงอย่างเดียวนั้น ยังไม่เพียงพอ หากแต่ความรักและความกระตือรือร้น ไม่สามารถจะได้รับความสำเร็จ หาไม่อาศัยการอีมานอย่างถูกต้อง
จึงสรุปได้ชัดว่า พลังเยาวชนมุสลิมนี้อยู่กับสละเวลา และการอุทิศตนเพื่อให้ได้มาซึ่งการอีมาน ดังที่เยาวชนในอดีตปฏิบัติกันมาแล้วนั่นเอง















